เมนู
เทศบาลตำบลสารภี

ประชาสัมพันธ์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปีพ.ศ. 2563

 

ตามที่ได้ยกเลิกภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ และประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ในปี 2563 เป็นปีแรก โดยเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงเดือนเมษายนแต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 (COVID-19) ส่งผลให้คนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 จึงมีมติเห็นชอบให้ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับปีภาษี 2563 ในอัตรา 90% ของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ เท่ากับว่าเฉพาะในปี 2563 เราจะเสียภาษีเพียง 10% เท่านั้น และได้ขยายกำหนดชำระภาษีภายในเดือนเมษายน 2563 และเลื่อนออกเป็นภายในเดือนสิงหาคมนี้แทนซึ่งปัจจุบันก็ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้วจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับหนังสือแจ้งประเมินค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี พ.ศ.2563 ที่ยังไม่ได้ชำระขอให้เร่งชำระภายในวันที่ 31  สิงหาคม พ.ศ.2563 นี้ทั้งนี้ท่านสามารถติดต่อชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ที่ เทศบาลตำบลสารภี กองคลัง งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ในวันและเวลาราชการ

 

ผู้ที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้แก่

  • เจ้าของที่ดิน / เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง / เจ้าของห้องชุด
  • ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือทำประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐ (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
  • มีชื่อเป็นเจ้าของ หรืออยู่ในทะเบียนบ้าน ก่อนวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้น

 

ซึ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตาม พ.ร.บ. นี้แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ

1.ที่อยู่อาศัย เช่น บ้านอยู่อาศัย / อาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ เป็นต้น

2.เกษตรกรรมเช่น ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

3.ที่ดินพาณิชยกรรมเช่น การประกอบการค้า บ้านเช่า

4.ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

แต่มีแค่ 2 ประเภท คือ เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยหลัก ที่ได้รับการยกเว้นใน 3 ปีแรก

(พ.ศ. 2563 - 2565) ส่วนที่ดินพาณิชยกรรมและที่ดินรกร้างว่างเปล่า จะเสียภาษีมากกว่าที่ดินแบบเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยหลักและไม่ได้รับการยกเว้น

 

                                         วิธีการคิดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

  1. ที่ดินเพื่ออยู่อาศัย  หากเป็นบ้านหลักและเป็นทั้งเจ้าของบ้านและที่ดิน จะยกเว้นภาษี 50 ลบ. แรก แต่ถ้าเป็นบ้านหลักแต่เป็นเจ้าของเฉพาะตัวบ้านอย่างเดียวจะได้รับยกเว้นภาษี 10 ลบ. แรก(กรณีที่มีสิ่งปลูกสร้าง สร้างบนพื้นที่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี 50 ลบ.แรก)ซึ่งกรณีนี้ในเขตเทศบาลเรา จะมีส่วนของคนที่ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินที่งอกที่ไม่มีโฉนด จะต้องเสียภาษีจากการประมินราคาของสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี
  2. ที่ดินเกษตรกรรมบุคคลธรรมดาจะได้รับยกเว้น อปท. ไม่เกิน 50 ลบ.ที่ดินต้องเป็นการทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์และกิจการอื่น ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนดส่วนนิติบุคคล (บริษัท) ไม่ได้รับการยกเว้น ต้องชำระภาษีในอัตราร้อยละ 0.01ของราคาประเมินที่ดิน
  3. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ดินที่มีมูลค่าการประเมิน 0-50 ลบ.เก็บ 0.3%, ที่ดินมูลค่า 50-200 ลบ. เก็บ 0.4%, ที่ดินมูลค่า 200-1,000 ลบ. เก็บ 0.5%, ที่ดินมูลค่า 1,000-5,000 ลบ. เก็บ 0.6% และที่ดินมูลค่า 5,000 ลบ. ขึ้นไป เก็บ 0.7% ส่วนที่ดินที่มีการทิ้งร้างแบบที่เจ้าของไม่ทำประโยชน์จะมีการเพิ่มอัตราเก็บ 0.3% ทุก 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมจะไม่เกิน 3% นั่นเอง
  4. ที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการทำพาณิชยกรรม มูลค่าการประเมิน 0-50 ลบ.เก็บ 0.3%, ที่ดินมูลค่า 50-200 ลบ. เก็บ 0.4%, ที่ดินมูลค่า 200-1,000 ลบ. เก็บ 0.5%, ที่ดินมูลค่า 1,000-5,000 ลบ. เก็บ 0.6% และที่ดินมูลค่า 5,000 ลบ. ขึ้นไป เก็บ 0.7%

 

ข้อเสนอแนะ

เจ้าของที่ดิน/เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ต้องตรวจสอบเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งมาให้ว่ามีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ หากมีข้อมูลผิดพลาดก็ควรรีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องต่อไป

 

ให้ผู้ที่ได้รับจดหมายแจ้งประเมินภาษีชำระภาษีภายในเดือนสิงหาคมนี้ ถ้าไม่จ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในเดือนสิงหาคม 2563 จะต้องคิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ซึ่งหลักเกณฑ์ของกำหนดการเสียภาษี คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องการแจ้งประเมินภาษีและส่งแบบประเมินให้ผู้ที่ต้องเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ และผู้เสียภาษีต้องจ่ายภายในเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งปีนี้ได้ขยายให้จ่ายภายในเดือนสิงหาคม โดยที่พนักงานต้องแจ้งการประเมินภาษีไปให้เจ้าของที่ดินทุกแปลงตามรายการที่ได้รับแจ้งของกรมที่ดิน และจะมีการแจ้งประเมินภาษีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากข้อมูลที่ส่งไปให้เจ้าของที่ดินไม่ครบถ้วนทางเทศบาลตำบลสารภีจะมีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเมื่อเจ้าของทรัพย์สินละเลยการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะต้องเสียภาษีค้างชำระรวมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนี้

          เบี้ยปรับ

  • ถ้าผู้เสียภาษีมิได้มาชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด แต่ต่อมาได้มาชำระภาษีก่อนที่จะได้รับหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 10 ของจำนวนภาษีค้างชำระ
  • ถ้าผู้เสียภาษีมาชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนดในหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีค้างชำระ
  • ถ้าผู้เสียภาษีมาชำระภาษีภายหลังจากที่กำหนดในหนังสือแจ้งเตือน ให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 40 ของจำนวนภาษีค้างชำระ

เงินเพิ่ม

  • ถ้าผู้เสียภาษีที่มิได้ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือน ของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ โดยให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาชำระภาษีจนถึงวันที่มีการชำระภาษี  แต่ไม่ให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ